[บทความรีวิวนี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุมทุกๆหัวข้อจากหนังสือนะครับ ขอบคุณครับ]


คุณเคยสงสัยไหมครับว่านักกีฬาระดับโลกเขามีการพัฒนาความสามารถได้อย่างไร
มันเป็นเพราะพรสวรรค์ธรรมชาติหรือเป็นเพราะการฝึกฝนครับ?

หนังสือ The Sports Gene: Inside the Science of Extraordinary Athletic Performance
ยอดมนุษย์นักกีฬา มหัศจรรย์พันธุกรรมหรือสัจธรรมการซ้อม

เขียนโดย David Epstein ซึ่งเป็นคนเขียนเดียวกับหนังสือ Range วิชารู้รอบ ที่ผมเคยรีวิวไปแล้ว ผมแนะนำให้ชมด้วยนะครับ

ตอนที่คุณ David เขียนหนังสือเล่มนี้ เขาเป็นนักเขียนที่นิตยสารการกีฬา Sports Illustrated

ในเล่นนี้เขาพยายามสืบสวนเกี่ยวกับปัจจัยด้านพันธุกรรมที่มีส่วนในการพัฒนาความสามารถด้านกีฬาระดับโลก


กฎ 10,000 ชั่วโมง

ในปี 2004 นักกีฬาซอฟท์บอลหญิงนามว่า Jennie Finch ได้ลงแข่งขันการกุศลที่มีนักเบสบอลมืออาชีพผู้ชายจาก Major League Baseball ลงเล่นด้วย
ที่น่าแปลกใจคือ นักเบสบอลชายไม่มีใครตีบอลจากการขว้างของ Jennie ได้เลย ทั้งๆที่ความเร็วน้อยกว่าและลูกซอฟท์บอลก็ใหญ่กว่า

มีทฤษฎีที่เสนอว่า หนึ่งในลักษณะของการเป็นนักกีฬาระดับมืออาชีพคือต้องมีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว
แต่จากงานวิจัยเพิ่มเติมพบว่า นักกีฬาไม่ได้มีปฏิกิริยาเร็วกว่าคนทั่วไปมากขนาดนั้น
เขาสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นความสามารถอ่านเกมที่เป็นปัจจัยสำคัญมากกว่า
ซึ่งนี่เป็นข้ออธิบายว่าทำไมนักเบสบอลชายไม่สามารถตีบอลจากการขว้างของเจนนี่ได้ เพราะพวกเขาไม่คุ้นเคยกับลักษณะการขว้างบอลที่แตกต่างกันระหว่างซอฟท์บอลและเบสบอล

การที่จะพัฒนาความสามารถอ่านเกมได้ จะต้องใช้การฝึกฝนที่ยาวนาน

นักจิตวิทยาชาวสวีเดนนามว่า Anders Ericsson ได้อธิบายหลักการ deliberate practice หรือการฝึกฝนอย่างจงใจ
คือถ้าต้องการจะพัฒนาทักษะให้ถึงระดับผู้เชี่ยวชาญได้ จะต้องใช้ เวลาประมาณ 10,000 ชั่วโมง
จากการสำรวจนักเล่นหมากรุกและนักไวโอลินมืออาชีพ ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยชั่วโมงการฝึกฝนที่ค่อนข้างจะถูกต้อง

ผมแนะนำให้ไปดูรีวิวหนังสือ Peak เพิ่มเติมนะครับ

ปัญหาคือ ค่าเฉลี่ยชั่วโมงฝึกซ้อมนี้ ไม่ได้คำนึงว่าบางคนใช้เวลาฝึกซ้อมเยอะและบางคนก็น้อยกว่าคนอื่นหลายเท่า
นั่นอาจหมายความว่าสภาวะเริ่มต้นก่อนเริ่มการฝึกซ้อม อย่างเช่นร่างกายของแต่ละคนก็มีส่วนสำคัญ

เขาได้เปรียบเทียบนักกีฬากระโดดสูงชาวสวีเดน Stefan Holm ที่มีพ่อเป็นนักกีฬา และก็เริ่มฝึกฝนตั้งแต่เด็ก
ในขณะที่นักกีฬาชาวบาฮาม่า Donald Thomas เริ่มต้นตอนที่เขาเข้ามหาวิทยาลัยและไม่ใส่ใจการฝึกฝนสักเท่าไหร่
แต่เขากลับเอาชนะ Stefan และได้เหรียญทองในการแข่งขันกรีฑาโลกในปี 2007

จากผลสำรวจการแพทย์พบว่า Donald Thomas มี Achilles Tendon หรือเอ็นร้อยหวาย ที่ค่อนข้างจะยาวซึ่งช่วยให้มีพลังงานยืดหยุ่นมากขึ้น เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องฝึกฝนมากมายขนาดนั้น

งานวิจัยหลายประเทศยังพบว่า การมีร่างกายที่เหมาะสมในด้านกีฬา จะช่วยให้สามารถฝึกฝนเจาะจงไปที่กีฬาใดกีฬาหนึ่งได้ง่ายกว่า ฉะนั้นอาจจะไม่จำเป็นจะต้องฝึกฝนเจาะจงตั้งแต่ต้น

ผู้เขียนจึงสรุปได้ว่า ความสามารถด้านการกีฬา มาจาก hardware ก็คือร่างกายที่สืบทอดจากพันธุกรรม และ software ก็คือทักษะที่ฝึกฝนได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ต้องระมัดระวังในการสื่อสารในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดในสังคม


ความสามารถด้านการฝึกฝน

ในปี 1992 มี project ชื่อว่า HERITAGE Family Study เป็นการร่วมมือกันระหว่าง 5 มหาวิทยาลัยในสหรัฐและแคนาดา เพื่อดูว่าการออกกำลังกายแบบเดียวกันจะมีผลกระทบกับคนที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร

เขาใช้การวัดค่าอย่างเช่น VO2 max ที่วัดระดับการใช้ออกซิเจนของร่างกายตอนออกกำลังกาย ยิ่งมากก็ยิ่งดี

ที่น่าทึ่งก็คือคนบางคนสามารถปรับปรุงการวัดค่านี้ได้เกือบเท่าตัวจากการฝึกฝน ในขณะที่บางคนปรับปรุงน้อยมาก และคนที่เป็นพี่น้องกัน ก็มีการปรับปรุงที่ใกล้เคียงกัน

ในปี 2011 เขายังได้ค้นพบมากกว่า 20 ยีนตัวแปร ที่ดูเหมือนจะคาดเดาได้ว่าแต่ละคนจะพัฒนาความสามารถด้านกีฬาได้มากขนาดไหน
เรียกได้ว่า คนบางคนอาจจะมีความฟิตโดยธรรมชาติ ที่บางครั้งอาจจะสูงถึงระดับมืออาชีพ จึงช่วยให้ฝึกฝนได้ดีกว่า

เขาได้ยกตัวอย่างนักไตรกีฬาชาวอังกฤษนามว่า Chrissie Wellington ซึ่งไม่เคยฝึกฝนระดับมืออาชีพมาก่อน แต่เขาสามารถฝึกฝนปั่นจักรยานในที่ที่มีระดับความสูงได้อย่างง่ายดาย และก็ชนะการแข่งขัน Ironman World Championship ในปี 2007

นอกเหนือการวัดค่าออกสิเจนแล้วนะครับ เขายังพบว่า ความแตกต่างด้านพันธุกรรม จะมีผลกระทบกับการสร้างกล้ามเนื้อ

โดยรวมแล้วกล้ามเนื้อแบ่งได้เป็น 2 ประเภท
(1) slow-twitch muscle fibre เส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกช้า
(2) fast-twitch muscle fibre เส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกเร็ว

คนที่มีกล้ามเนื้อกระตุกช้าสูงกว่าเฉลี่ย จะเหมาะกับการวิ่งมาราธอน
ในขณะที่คนที่มีกล้ามเนื้อกระตุกเร็วสูงกว่าเฉลี่ย ก็จะเหมาะกับการใช้พลังงานสูงอย่างเช่นการวิ่งเร็ว แต่ข้อเสียของกล้ามเนื้อประเภทนี้ คืออาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายกว่า


ลักษณะร่างกายที่เจาะจง

ในปลายศตวรรษที่ 19 นักวิจัยด้าน Anthropometry หรือมานุษยมิติ ได้เสนอว่า ลักษณะร่างกายที่สมบูรณ์แบบสำหรับกีฬา คือต้องมีความสมดุลในทุกๆส่วน ก็คือนักกีฬาทุกๆประเภทก็มีลักษณะที่คล้ายๆกันหมด

ในปัจจุบันนะครับ กีฬากลายมาเป็นธุรกิจพันล้านที่มีคนจำนวนมากให้ความสนใจ คนที่เป็นผู้ชนะก็จะได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง และก็จะกระจุกอยู่ที่คนไม่กี่คน

การพัฒนาด้านการกีฬาไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนหรือเทคโนโลยีก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ร่างกายของนักกีฬาก็เริ่มจะเจาะจงไปที่แต่ละประเภทกีฬา ทำให้เกิดความแตกต่างทางร่างกายอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น นักกีฬาโปโลน้ำมีแขนที่ยาวขึ้น ในขณะที่นักยกน้ำหนักมีแขนที่สั้นลง ซึ่งก็ทำให้นักกีฬามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลลัพธ์ก็คือ ยีนที่ทำให้เกิดลักษณะร่างกายที่เจาะจงกับกีฬาแต่ละประเภทก็ยิ่งหายากขึ้นไปอีก

หนึ่งในลักษณะร่างกายที่สำคัญคือส่วนสูง ซึ่งหายากมากกว่าที่คิด

จากการสำรวจประชากรสหรัฐ พบว่า 5% ของเพศชายมีความสูงมากกว่า 190 cm ขึ้นไป

ความสูงเฉลี่ยของนักบาสใน NBA อยู่ที่ประมาณ 200 cm
ผู้เล่นที่ไม่สูงก็ต้องมีระยะแขนที่ยาวเพื่อเป็นการทดแทน
โดยเฉลี่ยแล้วคนส่วนมากจะมีสัดส่วนความสูงเท่ากับความยาวของแขนทั้งสองข้าง
แต่ผู้เล่น NBA บางคนมีสัดส่วนช่วงแขน ที่ยาวกว่าส่วนสูง มากกว่า 5% ซึ่งตามหลักการแพทย์เรียกว่าเข้าข่ายผิดปกติ

ลักษณะความสูงนั้นอธิบายได้จากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ายีนตัวไหนเป็นตัวกำหนดความสูง

เขายังค้นพบอีกว่า ประชากรแต่ละเชื้อชาติก็ยังมีความแตกต่างด้านร่างกาย

คนที่มีเชื้อสายแอฟริกา มีแขนขาที่ยาวกว่า มีสะโพกที่แคบกว่า และยังมีจุดศูนย์กลาง ก็คือตำแหน่งของสะดือ ที่สูงกว่าคนเชื้อสายตะวันตก
ลักษณะนี้ทำให้พวกเขามีประสิทธิภาพสูงในการวิ่ง ในขณะที่คนเชื้อสายตะวันตกจะเก่งในกีฬาว่ายน้ำ

แน่นอนว่าการแยกแยะเชื้อชาติอย่างนี้เป็นสิ่งที่หลายคนในสังคมไม่อยากพูดถึง แต่มันปฏิเสธไม่ได้ที่กีฬาบางกีฬาจะมีคนบางเชื้อชาติที่ได้ชัยชนะอยู่ตลอด

เมื่อพูดถึงเชื้อชาตินะครับ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า DNA จากคนเชื้อชาติแอฟริกา มีความหลากหลายด้านพันธุกรรมมากกว่าคนเชื้อชาติอื่นๆอย่างมาก ซึ่งอาจหมายความว่ามนุษย์ทุกคนสืบทอดเชื้อสายมาจากคนแอฟริกาตะวันออก

ความหลากหลายด้านพันธุกรรมนี้ ในด้านการกีฬา หมายความว่าคนที่มีพรสวรรค์ด้านการกีฬามากที่สุดและน้อยที่สุด ก็เป็นคนเชื้อสายแอฟริกาได้
พูดอีกอย่างก็คือถ้าดูจากค่าเฉลี่ยแล้ว คนเชื้อสายแอฟริกาไม่ได้มีความสามารถมากกว่ากลุ่มอื่น แต่คนเชื้อสายแอฟริกาบางกลุ่ม ก็มีข้อได้เปรียบอย่างมาก

ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนมากก็คือความเร็ว

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ายีนที่เป็นตัวชี้วัดความเร็วได้ดี มีชื่อว่า ACTN3 ที่พบได้ในเส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกเร็ว
จากการสำรวจพบว่า คนเชื้อสายแอฟริกามากกว่า 99% มียีนนี้
ในขณะที่อัตราของคนเอเชียและคนตะวันตก อยู่ที่ประมาณ 70-80% และนักวิ่งเร็วระดับโลกเกือบทุกๆเชื้อชาติจะมียีนนี้
แต่นั่นยังก็ยังไม่อธิบายว่าคนที่มียีนนี้อีกจำนวนมากทำไมไปแข่งโอลิมปิกไม่ได้


นักวิ่งเร็วจากจาเมกา

ประเทศที่ผลิตนักวิ่งเร็วจำนวนมากก็คงไม่พ้นประเทศจาเมกา
นักวิ่งหลายคนจากประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาอังกฤษหรือแคนาดา ก็มีเชื้อสายมาจากจาเมกาด้วยเช่นกัน

คนจาเมกาส่วนมากมีความเชื่อว่า การที่ประเทศเค้ามีนักวิ่งเร็วระดับโลกจำนวนมาก เป็นเพราะว่าในศตวรรษที่ 18 กลุ่มทาสที่ถูกนำมาจากแอฟริกาตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น Nigeria หรือ Ghana เป็นกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งที่สุด
บางส่วนของทาสก็ได้หนีจากการกักขังและสามารถรวมตัวกัน
พวกเขาปะทะกับทหารอังกฤษบ่อยครั้ง จนฝ่ายอังกฤษยอมให้พวกเขาปกครองด้วยตัวเอง และพวกเขาก็สืบทอดยีนที่แข็งแกร่งจนมาถึงปัจจุบัน

นักวิทยาศาสตร์นามว่า Yannis Pitsiladis ได้มาที่จาเมกาหลายครั้งเป็นเวลานาน เพื่อศึกษานักวิ่งเร็วของประเทศ
เขาไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายด้านประวัติศาสตร์ และยังมีเหตุผลด้านพันธุกรรมที่ยังไม่ค่อยชัดเจน

เขาเห็นว่าการที่ประเทศจาเมกามีวัฒนธรรมส่งเสริมการวิ่งเร็วตั้งแต่สมัยเด็กมีส่วนสำคัญอย่างมาก
นักวิ่งเร็วอย่าง Usain Bolt ถูกยกย่องให้เป็นฮีโร่ของประเทศ และทุกคนมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นอย่างนั้น
เด็กคนไหนมีแววที่จะพัฒนาไปถึงระดับโลกได้ ก็จะถูกสนับสนุนให้อยู่ในด้านนี้ด้านเดียว
ในขณะที่ถ้าเป็นประเทศอื่น นักวิ่งเร็วอาจจะไปเล่นกีฬาอื่นเพราะเหตุผลด้านการเงิน จึงทำให้ไม่พัฒนาการวิ่งเร็วไปถึงจุดสูงสุด

ยังมีนักวิทยาศาสตร์ที่ให้คำอธิบายเพิ่มเติม
พวกเขาเสนอว่าโรคมาลาเรียในแถบแอฟริกาตะวันตก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านชีวภาพ และเพิ่มเซลล์ที่เรียกว่า sickle-cell เพื่อเป็นการปกป้องจากโรคนี้
ผลข้างเคียงที่ได้คือ สัดส่วนเส้นใยกล้ามเนื้อกระตุกเร็วก็เพิ่มขึ้น ซึ่งก็เพิ่มความแข็งแรงและความเร็วให้กับร่างกาย


นักวิ่งไกลจากเคนยา

นักกีฬาชาวแอฟริกาวิ่งได้เร็ว แล้วทำไมยังมีบางกลุ่มที่วิ่งระยะยาวได้ด้วยล่ะครับ?

นักวิ่งระยะยาวระดับโลกจำนวนมากมาจากแถบแอฟริกาตะวันออก อย่างเช่นประเทศเคนยาและเอธิโอเปีย
ถ้าให้เปรียบเทียบนะครับ นักสถิติได้ประเมินว่า ผู้ชายประเทศเคนยา 80 ใน 1 ล้านคนสามารถพัฒนาไปถึงระดับโลกได้ แต่อัตราผู้ชายจากประเทศอื่น อยู่ที่ 1 ใน 20 ล้านเท่านั้น

ที่น่าแปลกใจก็คือ 75% ของนักวิ่งระยะยาวจากประเทศเคนยามาจากเผ่าที่ชื่อว่า Kalenjin

บางคนมีความเชื่อว่า ในอดีตนักรบเผ่านี้ต้องไปขโมยวัวจากเผ่าอื่นและต้องเดินทางเป็นระยะยาว จึงสืบทอดลักษณะนี้มาถึงปัจจุบัน

มีงานวิจัยที่พยายามค้นพบเหตุผลเบื้องหลังนี้
เขาได้เปรียบเทียบเด็กผู้ชายจากเผา Kalenjin กับเด็กผู้ชายจากประเทศเดนมาร์ก
เขาพบว่าเด็กผู้ชาย Kalenji มีขาที่ยาวกว่าและลีบกว่า ทำให้มีน้ำหนักที่ปลายขาน้อยกว่า เลยไม่ต้องใช้พลังงานมากในการเคลื่อนไหว จึงเป็นข้อได้เปรียบ

แล้วทำไมคนเคนย่าและเอธิโอเปียถึงได้มีลักษณะนี้ล่ะครับ?
เขาพบว่า 81% ของนักวิ่งมืออาชีพคนเคนย่า ในสมัยเด็กต้องเดินหรือวิ่งทางไกลเพื่อไปโรงเรียน
แน่นอนว่าวิ่งแค่นี้มันไม่เป็นการฝึกฝนที่เพียงพอสำหรับระดับมืออาชีพ
แต่วัฒนธรรมที่มีการวิ่งตลอด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอยู่รอดหรืออะไรก็ตาม ในระยะยาวจะเริ่มมีความได้เปรียบด้านพันธุกรรม

อีกหนึ่งเหตุผลมาจากสภาพภูมิประเทศที่มีระดับสูง

ถึงแม้ว่าประเทศเคนยาและเอธิโอเปียจะไม่ได้มีระดับความสูงที่สูงที่สุดเหมือนแถบหิมาลายา
แต่นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นระดับความสูงที่เหมาะสมในการฝึกวิ่งระยะยาว และยิ่งเกิดและโตมาในสภาพแวดล้อมอย่างนี้ ยิ่งทำให้ระดับฮีโมโกลบินในเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มีความได้เปรียบในการวิ่งระยะยาวอย่างมาก


ลักษณะที่มองไม่เห็น

เหตุผลด้านพันธุกรรมทำให้เห็นความแตกต่างด้านร่างกาย แต่มันก็มีความแตกต่างที่มองไม่เห็น

ถึงแม้ว่าคนบางคนจะมีข้อได้เปรียบด้านร่างกาย แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมีแรงจูงใจเสมอไป

คนบางคนมีแรงจูงใจในการออกกำลังกายอย่างมาก และถ้าเขาไม่ได้ออกกำลังกายก็จะรู้สึกไม่ดี

จากงานวิจัยพบว่า คนบางคนจะมีปฏิกิริยาด้านฮอร์โมนเมื่อออกกำลังกายและจะทำให้รู้สึกดีมากเป็นพิเศษ และเขายังพบว่าเหตุผลเบื้องหลังส่วนใหญ่จะมาจากด้านพันธุกรรม

ใช่ว่าพันธุกรรมจะให้ข้อได้เปรียบด้านกีฬาเสมอไป
มันมียีนที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่ทำให้เกิดความผิดปกติในหัวใจ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ถ้าออกกำลังกายมากเกินไป

ยังมียีนอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น และเพิ่มผลกระทบของการกระแทกศีรษะ

ท้ายสุดยังมียีนที่ลดปฏิกิริยากับความเจ็บปวด ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นข้อได้เปรียบเพราะสามารถผลักดันตัวเองได้มากขึ้น แต่บางครั้งอาจจะเกิดการบาดเจ็บแต่ก็ยังคิดว่าฝึกซ้อมหรือแข่งขันต่อได้ จนทำให้การบาดเจ็บนั้นแย่ลงไปอีก


นักกีฬาสมบูรณ์แบบ

จากทั้งหมดที่พูดมานะครับ ทำให้เห็นว่าพรสวรรค์ธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการฝึกฝนอย่างหนักไม่ใช่สิ่งจำเป็น

มาถึงปัจจุบันนักวิจัยได้ค้นพบ 23 ยีนตัวแปรที่ดูเหมือนจะมีอิทธิพลต่อลักษณะ ที่จะเพิ่มความได้เปรียบด้านกีฬา แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนคนหนึ่งมียีนทั้งหมดนี้

เราทุกคนมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ได้มาจากพันธุกรรม สภาพแวดล้อม และอีกหลายๆอย่าง
เพราะเหตุนี้คนทุกคนอาจจะต้องมีการฝึกฝนที่แตกต่างกัน
ถ้าฝึกฝนแล้วยังไม่เวิร์ค ก็อาจจะเป็นตัวเราเองที่ไม่เหมาะกับกีฬานั้น และมันไม่ผิดที่จะไปทดลองกีฬาอื่น
ขนาด Usain Bolt ยังเคยอยากเป็นนัก cricket ตอนสมัยเด็กเลยนะครับ

ท้ายสุดแล้วนะครับ เราจะต้องค้นหากีฬาหรือการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับลักษณะของตัวเอง
เพราะเราทุกคนสามารถปรับปรุงในด้านใดด้านหนึ่งได้ และการมีส่วนร่วม ก็เป็นการส่งเสริมการการพัฒนาด้านร่างกายและการกีฬาต่อไปเรื่อยๆ


ผมหวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการบทความนี้นะครับ
ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความและชมคลิปรีวิวหนังสือของผมนะครับ

Pop (ป๊อป) BooksDD