[บทความรีวิวนี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุมทุกๆหัวข้อจากหนังสือนะครับ ขอบคุณครับ]


หนังสือ Unlimited Memory สร้างสมองให้อัจฉริยะ เขียนโดย Kevin Horsley
คุณ Kevin เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความทรงจำ และได้รับตำแหน่ง International Grandmaster of Memory ง่ายๆก็คือ “ปรมาจารย์ความทรงจำสากล” เขาท่องจำตัวเลข Pi ได้ 10,000 ดิจิต และตอนนี้เขาเป็นโค้ชพัฒนาด้านความทรงจำ

จากการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ต หลายคนที่คิดว่าความทรงจำไม่เป็นเรื่องสำคัญอีกแล้วเพราะสามารถค้นหาข้อมูลได้ทันที
แต่บางครั้งคุณอาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถค้นหาข้อมูลได้และต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าคุณจำข้อมูลได้ก็ช่วยคุณตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

ในเล่มนี้คุณเควินจะเสนอเทคนิคที่จะช่วยให้คุณจดจำได้ดีขึ้น ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 ส่วนที่เรียกว่า 4C
Concentration การตั้งสมาธิ
Create Imagery การสร้างภาพ
Connecting Concepts การเชื่อมโยงแนวคิด
Continuous Use การใช้และฝึกฝนตลอดเวลา

ผมอ่านเล่มนี้เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ และตัวอย่างที่เขาให้ก็เป็นแบบภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งผมก็พยายามดัดแปลงมาเป็นรูปแบบภาษาไทยมากที่สุดเท่าที่ทำได้นะครับ


Concentration การตั้งสมาธิ

C ตัวแรกนะครับคือ concentration การตั้งสมาธิ

ในการที่เราจะเรียนรู้อะไรสักอย่างเราจะต้องตั้งสมาธิอย่างสูงสุดกับสิ่งๆนั้น เพราะถ้าความสนใจเราไปที่ไหนพลังงานก็จะตามไป
คุณต้องเข้าใจว่าความเชื่อของคุณจะนำพาพฤติกรรม และจะทำให้คุณเป็นสิ่งๆนั้น
มันไม่มีประโยชน์ที่จะเรียนรู้ขั้นตอนถ้าคุณยังมีความเชื่อที่จำกัดความสามารถของตัวเอง
คุณต้องมองว่า ความทรงจำเป็นสิ่งสำคัญ และคุณสามารถปรับปรุงมันได้อย่างไม่มีที่จำกัด

เราทุกคนสามารถเจาะจงความคิดของเราไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าการที่เราทำตัวยุ่งก็คือการตั้งสมาธิ
ผู้เขียนแนะนำ 4 วิธีที่ช่วยให้คุณตั้งสมาธิได้
1. ควบคุมความคิดภายใน และเจาะจงให้มันเป็นอย่างที่คุณต้องการ
2. หยุด multi-task เพราะมันจะทำให้สมาธิลดลงในทุกด้าน
3. คุณต้องมีจุดประสงค์ มีความสนใจ และความอยากรู้อยากเห็นมากพอในสิ่งที่คุณต้องการเรียนรู้
4. หยุดกังวล เพราะมันจะสร้างความสงบและช่วยให้คุณตั้งสมาธิได้

คุณมีทางเลือกว่าอยากจะปรับปรุงการตั้งสมาธิหรือไม่ และควรหยุดหาข้ออ้าง และต้องเปลี่ยนความเชื่อของคุณเอง


Create And Connect สร้างภาพและเชื่อมโยง

C ที่ 2 และที่ 3 คือ
Create Imagery การสร้างภาพ
และ Connecting Concepts การเชื่อมโยงแนวคิด

คนหลายคนพยายามจดจำข้อมูลจากการฟังเสียงหรือการท่องจำ แต่มันค่อนข้างจะจำกัดเพราะมันไม่ง่ายที่จะสามารถไปปะติดปะต่อกับความทรงจำอื่นๆได้
ในทางตรงข้าม การใช้รูปภาพ จะช่วยให้คุณจดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
จากการวิจัยพบว่าถ้าคนเราได้ยินข้อมูลอะไรสักอย่าง 3 วันให้หลังคนส่วนมากจะจำได้ประมาณ 10% เท่านั้น แต่ถ้าได้เห็นรูปภาพประกอบไปด้วยจะจำได้มากถึง 65%


หลักการ SEE

เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดในการจดจำคือการทำข้อมูลให้มีชีวิตโดยใช้การจินตนาการอย่างไม่สิ้นสุด
วิธีที่จะช่วยคุณได้คือใช้หลักการ “SEE
S มาจาก “Senses” ก็คือการใช้ประสาททั้ง 5 รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ซึ่งถ้าคุณฝึกฝนการใช้มันทั้งหมด ก็จะช่วยให้คุณจดจำได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่นถ้าพูดคำว่า “ม้า” คุณคงไม่คิดถึงการสะกดคำศัพท์หลอกนะครับ แต่คุณจะคิดถึง ภาพ เสียง หรืออย่างอื่นเกี่ยวกับมัน
E แรกมาจาก “Exaggeration” คือความเกินจริง คุณลองคิดดูนะครับ อะไรจะจำได้ง่ายกว่ากัน ม้าตัวขนาดธรรมดา หรือม้าที่ตัวเท่ารถบรรทุก? ถ้าคุณอยากจำอะไรได้ คุณก็จินตนาการลักษณะที่เกินความเป็นจริงให้กับสิ่งๆนั้น
E อันสุดท้ายมาจาก “Energize” คือเติมพลังให้กับสิ่งนั้น อย่างเช่นแทนที่จะจำรูปม้าที่อยู่นิ่งๆ คุณควรจำม้าที่วิ่งอยู่หรือกระโดดข้ามอะไรสักอย่าง หรือถ้าเป็นข้อมูลประเภทอื่นคุณก็ลองสร้างสีสันหรือให้มันมีการกระทำหรือลักษณะที่แปลกประหลาดเพื่อที่จะจำได้ง่ายขึ้น

เทคนิคนี้จะง่ายกว่าถ้าพูดถึงสิ่งที่เป็นตัวเป็นตน แต่สำหรับความคิดที่มีไม่มีรูปร่างก็สามารถให้มันมีชีวิตขึ้นมาโดยใช้คำอื่นที่มีเสียงคล้ายกัน
ยกตัวอย่างเช่นจากหนังสือ “7 อุปนิสัยผู้มีประสิทธิผลสูง” อุปนิสัยแรกคือ “Be Proactive” หรือว่า “ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นทำก่อน” คำว่า be ออกเสียงเดียวกับ bee ที่หมายถึงผึ้ง และโปรก็เหมือนกับมือโปรกอล์ฟ ฉะนั้นก็ลองนึกภาพผึ้งเป็นมือโปรกอล์ฟเพื่อจำง่ายๆ

The Peg Method วิธีตรึงข้อมูล

เทคนิคต่อไปเรียกว่า “The Peg Method” หรือ วิธีตรึงข้อมูล ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลโดยการใช้คำคล้องจอง หรือใช้รูปร่างที่คล้ายกัน
ผู้เขียนยกตัวอย่าง “10 อารมณ์ที่ทรงพลัง” จากหนังสือของ Tony Robbins
ผมขอใช้เทคนิคนี้ในการจำ 3 อารมณ์แรกนะครับ
อารมณ์ที่ 1 “ความรักและความอบอุ่น”
หนึ่งคล้องจองกับผึ้ง ให้ลองนึกภาพว่าผึ้งมีความรัก
อารมณ์ที่ 2 “ความซาบซึ้ง”
สองคล้องจองกับสมอง ให้ลองนึกภาพสมองที่ซาบซึ้งกับการเรียนรู้
อารมณ์ที่ 3 “ความอยากรู้อยากเห็น”
สามคล้องจองกับฉลาม ให้ลองนึกภาพฉลามที่มีความสงสัย

นอกเหนือจากคำคล้องจอง คุณสามารถใช้รูปร่างเพื่อเชื่อมโยงกับตัวเลข อย่างเช่นเลข 0 อาจจะเป็นลูกบอล เลขหนึ่งอาจจะเป็นดินสอ อะไรประมาณนี้นะครับ

นี่ก็เป็นตัวอย่างเบื้องต้นนะครับ ซึ่งคุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามรูปแบบที่คุณถนัด


The Car Method วิธีจัดเก็บในรถ

เทคนิคต่อไปเป็นการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งมีความสำคัญมากในการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการนำข้อมูลระยะสั้นไปรวมกับข้อมูลระยะยาวได้
วิธีที่ผู้เขียนเสนอเรียกว่า “The Car Method” วิธีจัดเก็บในรถ คือการจินตนาการภาพที่สร้างขึ้นมาให้อยู่บนส่วนต่างๆของรถ
ขอยกตัวอย่าง 7 อุปนิสัยต่อจากก่อนหน้านี้นะครับ และลองดูตามภาพนะครับ
อุปนิสัยที่ 2 คือ “Begin With The End In Mind” “เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายตอนท้าย” ให้ลองนึกภาพหัวสมองเริ่มจากเส้นชัย
อุปนิสัยที่ 3 คือ “Put First Things First” “ทำตามลำดับความสำคัญ” ให้ลองนึกภาพคนที่ได้ที่ 1 รับรางวัล
อุปนิสัยที่ 4 คือ “Think Win-Win” “คิดแบบ ชนะ/ชนะ” ให้ลองนึกภาพถ้วยรางวัล 2 ถ้วย
อุปนิสัยที่ 5 คือ “Seek First to Understand, Then To Be Understood” “เข้าใจคนอื่นก่อนจะให้คนอื่นเข้าใจเรา” ก็คือเหมือนอยู่ under และกำลังจะ stand ให้ลองนึกภาพคนอยู่ใต้ร่มกำลังจะยืนขึ้นนะครับ
อุปนิสัยที่ 6 คือ “Synergize” “ประสานพลังสร้างสิ่งใหม่” คำนี้คล้ายๆกับคำว่า sign-edge-eyes หมายถึงป้าย ขอบ และสายตา ให้ลองนึกถึงภาพป้ายที่มีตาและอยู่ตรงขอบรถแล้วกันนะครับ
อุปนิสัยที่ 7 คือ “Sharpen The Saw” “ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ” ให้ลองคิดถึงรูปเลื่อยที่ติดอยู่ข้างรถ

มีเทคนิคใกล้เคียงที่เรียกว่า “The Journey Method” วิธีจัดเก็บแบบเดินทาง คือแทนที่จะใช้รถคุณก็ลองจินตนาการว่าคุณกำลังเดินเข้าไปในแต่ละส่วนหรือแต่ละห้องภายในบ้านหรือสถานที่ใดก็ตาม และคุณก็จัดเก็บข้อมูลภายในห้องนั้น
ข้อดีของวิธีนี้คือมันไม่มีที่จำกัดว่าคุณจะสร้างห้องกี่ห้อง

สำหรับเทคนิคเบื้องต้นที่พูดไปแล้วทั้งหมด สิ่งที่คุณจะต้องฝึกฝนคือสร้างความเชื่อมโยงและเรื่องราว มันไม่สำคัญว่ามันจะไม่ make sense สักเท่าไหร่ แค่ให้มันจดจำได้ง่ายสำหรับคุณก็เพียงพอ


วิธีจำชื่อ

เทคนิคต่อไปจะเกี่ยวกับการจำชื่อทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเข้าสังคม
1. ฝคุณจะต้องตั้งใจฟังชื่อของคนที่คุณเพิ่งรู้จัก
2. สร้างภาพ ผู้เขียนใช้ชื่อเขาเป็นตัวอย่าง Kevin Horsley เควินคล้ายๆคำว่า cave in แปลคร่าวๆคืออยู่ในถ้ำ Horsley ฟังเหมือนกับ horse และ lee ซึ่งเขาก็ให้ลองนึกถึงภาพบรูซลีขี่ม้าในถ้ำ
3. สร้างความเชื่อมโยง อย่างเช่นคุณอาจจะรู้จักคนที่มีชื่อเหมือนกันและสร้างข้อเปรียบเทียบเพื่อจะได้จำได้ง่ายขึ้น
4. ต้องเรียกชื่อคนคนนั้นจนจำได้ หรือไม่ถ้าเป็นชื่อที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อนหรือเป็นชื่อภาษาอื่นคุณก็ลองถามว่าชื่อมีความหมายอะไรแล้วก็ลองฝึกออกเสียงก็ได้


วิธี mind map

การสร้างภาพและเชื่อมโยงให้เป็นเรื่องราวสามารถทำในรูปแบบศิลปะ หรือรูปแบบ “mind map” ที่มีประสิทธิภาพมาก
วิธี mind map ถูกคิดค้นโดย Tony Buzan ตั้งแต่ยุค 70 และวิวัฒนาการเป็นหนึ่งในเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
มันเป็นวิธีการใช้ประสาทหลากหลายในการวางโครงสร้างข้อมูลเพื่อจะได้เห็นภาพรวมและความเชื่อมโยง
สิ่งที่คุณต้องใช้คือกระดาษเปล่าและปากกาหรือดินสอสี
ขั้นตอนแรกคือเริ่มจากตรงกลางของกระดาษโดยการใช้รูปภาพเป็นหัวข้อ
ขั้นตอนที่ 2 คือแยกออกมาเป็นหัวข้อหลักๆ
ขั้นตอนที่ 3 คือแยกหัวข้อย่อยออกไปอีกตามที่จำเป็น
สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง คือจะต้องใช้รูปภาพและสีสันให้มากที่สุด และอย่าใช้คำมากเกินไป และคุณสามารถใช้เทคนิคทั้งหมดที่พูดไปแล้วเพื่อสร้างรูปภาพให้เป็นองค์ประกอบกับ mind map ได้ด้วย


นำมาใช้

คุณสามารถนำเทคนิคทั้งหมดมาใช้ในหลายๆสถานการณ์
1. ถ้าคุณต้องการจำสิ่งที่คุณอ่าน คุณจะต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง keyword หลักๆและให้มันมีชีวิตขึ้นมา
2. ในการนำเสนอ ผู้เขียนได้เสนอเทคนิคที่เรียกว่า FLOOR
F – First thing สิ่งแรก
L – Last thing สิ่งสุดท้าย
O – Outstanding information ข้อมูลที่สำคัญที่สุด
O – Own links สร้างความเชื่อมโยงกับข้อมูลอื่น
R – Repeated information ข้อมูลซ้ำๆ
เทคนิคนี้จะเน้นการเริ่มนำเสนอที่น่าจดจำ หลังจากนั้นจะต้องใช้ข้อเท็จจริง ตั้งคำถาม สร้างเรื่องราวที่โยงไปถึงผู้ฟัง พูดข้อมูลหลักซ้ำๆ และท้ายสุดจะต้องปิดการนำเสนออยากทรงพลัง
3. ในการเรียนรู้ คุณไม่ควรคิดว่าคุณเรียนรู้ไปเพื่อให้สอบผ่านอย่างเดียว ก่อนเริ่มคุณจะต้องมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนซะก่อน ไม่ว่าคุณจะศึกษาวิชาอะไรมันจะมี concept หลักๆอยู่เสมอ ซึ่งคุณสามารถสร้างระบบจดจำตามเทคนิคที่พูดไปแล้วเพื่อสร้างภาพและจดจำได้ดีขึ้น


Continuous Use การใช้และฝึกฝน

การสร้างวินัย

C ตัวที่ 4 Continuous Use การนำมาใช้และฝึกฝนตลอดเวลา

การรู้เทคนิคทั้งหมดอย่างเดียวมันไม่เพียงพอ คุณจะต้องมีวินัยในการฝึกฝนอยู่ตลอด และจะต้องผลักดันตัวเองด้วย
มี 4 หลักการในการสร้างวินัย
1. สร้างวิสัยทัศน์ว่าคุณต้องการเป็นคนแบบไหน
2. ตัดสินใจและสร้างความผูกมัดกับเป้าหมาย
3. บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกขี้เกียจหรือไม่มีแรง คุณควรสลัดความรู้สึกนี้แล้วทำตามแผนที่วางไว้
4. ถ้าคุณต้องการสร้างวินัยคุณจะต้องทำสม่ำเสมอทุกๆวัน


การทบทวน

จากการสำรวจนะครับ หลังจากที่เราเรียนรู้อะไรไปแล้ว 1 วันให้หลังเราจะจำได้ประมาณ 54% 14 วันให้หลังจะจำได้ประมาณ 21% และ 28 วันให้หลังจะจำได้แค่ 18%
ฉะนั้นถึงแม้ว่าคุณจะจดจำข้อมูลได้ตอนต้นแต่ถ้าคุณไม่ทบทวนมันก็จะหายไปได้
ถ้าคุณใช้เทคนิคที่พูดมา การทบทวนก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะมันเป็นการนึกถึงภาพที่คุณสร้างไว้ หรือไม่ถ้าคุณได้สร้าง mind map มันก็จะยิ่งง่ายขึ้นในการทบทวน
ผู้เขียนได้แนะนำว่า คุณควรจะทบทวน 1 วัน 3 วัน 7 วัน 14 วัน 21 วัน 28 วัน 2 เดือน และ 3 เดือนหลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลเพื่อที่มันจะได้เข้าไปอยู่ในความทรงจำตลอดไป


ท้ายสุดนะครับ การจดจําเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาตัวเอง
มันไม่มีมายากลอะไรพิเศษในการจดจำแค่เราจะต้องรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง และคุณจะต้องหมั่นฝึกฝนตลอดเวลา
คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณจะนิ่งเฉย หรือทำสิ่งที่แตกต่างและเครื่องมือเหล่านี้ และปลดปล่อยความสามารถอันมหัศจรรย์ของคุณออกมาได้


เล่มนี้มีแปลแล้วนะครับ ถ้าใครสนใจก็แนะนำให้อ่านเล่มจริงด้วยนะครับ


ผมหวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้นะครับ
ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยครับ

ถ้าท่านใดมีความเห็นเพิ่มเติมก็ comment กันได้ใต้คลิปเลยนะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความและชมคลิปรีวิวหนังสือของผมนะครับ

Pop (ป๊อป) BooksDD

—-