[บทความรีวิวนี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุมทุกๆหัวข้อจากหนังสือนะครับ ขอบคุณครับ]


หนังสือ Ego Is The Enemy ตัวคุณคือศัตรู
เล่มนี้เขียนโดย Ryan Holiday เป็นผู้เขียนเดียวกับ The Obstacle Is The Way ที่ผมได้รีวิวไปแล้ว เชิญไปชมกันได้ครับ

คนเราคิดว่า เราจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย เพื่อที่จะไปสู่ความสำเร็จ
แต่ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้อยู่ภายนอก แต่อยู่ในตัวเรา ก็คือ “ego” ของเราเอง และมันจะคอยกีดกั้นเราในทุกๆขั้นตอน
ผู้เขียนจะเล่าเกี่ยวกับการก้าวข้าม ego ของตัวเอง เพื่อประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง


Ego คืออะไรและมันอันตรายอย่างไร

คำว่า”ego” (อีโก้) ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง concept ในด้านจิตวิทยา แต่เป็นการที่เราให้ความสำคัญกับตัวเราเองมากเกินไปจนอันตราย ซึ่งอาจจะเกินขอบเขตความมั่นใจและความเป็นจริง
ในยุคโซเชียลมีเดีย ยิ่งทำให้คนเรามีอีโก้สูงขึ้นไปอีก เพราะเราสามารถประกาศความสำเร็จของเราให้คนอื่นได้รับรู้
แน่นอนว่าในประวัติศาสตร์ เราได้ยินความสำเร็จของคนที่มีอีโก้สูง แต่ก็มีหลายคนมากกว่าที่ล้มเหลว แต่เราไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับพวกเขา

ชีวิตคนเรา จะแบ่งได้เป็น 3 ช่วงที่ผสมผสานกัน
1. Aspire คือมีความปรารถนาจะทำอะไรสักอย่าง
2. Success คือประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเล็กน้อยหรืออย่างใหญ่หลวง
3. Failure คือตอนที่ล้มเหลว

ในทั้ง 3 ช่วง อีโก้จะเป็นอุปสรรคอยู่เสมอ และคุณไรอันจะแนะนำบางวิธีที่จะช่วยลดอีโก้ในตัวเรา


Aspire ความปรารถนา

เราทุกคนมีเป้าหมายจะทำอะไรสักอย่าง แต่หลายคนไปไม่ถึงเป้าหมายนั้น
บ่อยครั้ง ego เป็นต้นเหตุ เพราะมันทำให้เรามีความหยิ่งยโสมากเกินไป
ถ้าดูใน social media เดี๋ยวนี้นะครับ จะมีแต่คนบอกว่าเราควรจะมีความภูมิใจในตัวเองและมีความมั่นใจสูง
แต่ความรู้สึกนี้ควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เพราะไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการหลอกลวง และจะปิดกั้นความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง


หยุดพูดถึงตัวเอง

ในปี 1934 นักเขียนนามว่า Upton Sinclair ได้ลงสมัครเป็นผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนวันเลือกตั้ง เขาเขียนหนังสืออธิบายว่าเขาทำอะไรสำเร็จไปแล้วในฐานะผู้ว่า ทั้งๆที่เขายังไม่ได้ถูกเลือกตั้งเลย ถึงแม้ว่าหลายคนก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะได้รับเลือกตั้ง แต่การที่เขาเขียนหนังสือ ทำให้เขาหยุดสนใจลงสมัครอย่างจริงจังและเขาก็แพ้คะแนนเสียงอย่างถล่มทลาย

คนหลายคนชอบพูดมากกว่าลงมือทำ และ ego ทำให้พูดเกี่ยวกับตัวเองในแง่ดีเกินไป
การพูดเกี่ยวกับเป้าหมายของตัวเองเพื่อสร้างภาพในสมองเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าทำมากเกินไปมันจะทำให้เสียเวลาและอาจเข้าใจผิดว่า ลงมือทำไปแล้ว
การพูดคุยเกี่ยวกับผลงานของตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ควรมีผลงานออกมาก่อนและพูดตามความเป็นจริง
การอยู่เงียบๆไม่ได้เป็นการโชว์ความอ่อนแอเพราะต้องควบคุมตัวเองมากกว่า
ฉะนั้นเราไม่ควรสนใจว่าใครจะพูดอะไรและควรใส่ใจลงมือทำตามเป้าหมายจะดีกว่า


จะเป็นหรือจะทำ

ระหว่างยุค 50 และ 60 มีที่ปรึกษาด้านการทหารในสหรัฐนามว่า John Boyd ซึ่งผู้เชี่ยวชาญการทหารหลายคนยกย่องให้เป็นผู้บุกเบิกด้านกลยุทธ์การทหาร
แต่เขาไม่ได้รับตำแหน่งหรือรางวัลมากมายแต่อย่างใด และน้อยคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการทหารจะรู้จักเขา
เขาเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ภาพลักษณ์และผลงาน และเขาตั้งคำถามให้กับนายทหารรุ่นใหม่ทุกคนว่า
มาถึงจุดจุดหนึ่งในชีวิต คุณอาจต้องตัดสินใจว่า คุณต้องการจะเป็นหรือต้องการจะทำ?

Ego ทำให้หลายคนสับสนระหว่าง ภาพลักษณ์ของความสำเร็จ และความสำเร็จที่แท้จริง อาจจะเป็นเงินทอง หรือตำแหน่งการงาน และไม่แน่ว่าอาจจะต้องทำอะไรที่ขัดแย้งกับค่านิยมส่วนตัวเพื่อได้ภาพลักษณ์เหล่านี้
ถ้าคุณมีจุดประสงค์ในชีวิต คุณไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องที่ไม่สำคัญ และควรใจกับการสร้างผลงานอย่างเดียวดีกว่า


เป็นนักเรียน

ในยุค 80 วงดนตรี rock band Metallica ได้เชิญนักกีตาร์นามว่า Kirk Hammett เข้ามาในวง
หลังจากนั้นไม่กี่ปี Metallica ก็มียอดขายมากกว่า 100 ล้านอัลบั้ม
แต่แทนที่คุณ Kirk จะรู้สึกว่าเขาสำเร็จแล้ว เขากลับเห็นว่า เขายังเล่นไม่ได้ดีอย่างที่ต้องการ และหาครูฝึกที่มีสไตล์การเล่นที่แตกต่าง เพื่อขัดเกลาทักษะของตัวเอง และทำให้เขาพัฒนาการเป็นศิลปิน

การเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมาจากผู้อื่น การอ่านหนังสือ การเข้าสัมมนาฟรี หรือศึกษาประวัติของบุคคลสำคัญ จะสร้างขอบเขตให้กับอีโก้ของตัวเอง และจะเป็นการเตือนสติว่าเราไม่รู้ทุกอย่างและยังพัฒนาได้อีกเรื่อยๆ
ถ้าคุณพร้อมที่จะเรียนรู้ อาจารย์ก็จะปรากฏตัวออกมาเอง


ระวังความหลงใหล

ในปี 1912 นักสำรวจนามว่า Robert Falcon Scott ต้องการเป็นคนแรกที่ไปถึงขั้วโลกใต้ แต่เขาไปสายกว่าอีกทีมหนึ่ง และขากลับ ตัวเขาและทีมสำรวจทั้ง 5 คนได้เสียชีวิตทั้งหมด จากการสืบสวนพบว่า ทั้งทีมมีความเตรียมพร้อมที่ไม่ครบถ้วนจึงทำให้ไม่สามารถรอดมาได้

บ่อยครั้งเราจะได้ยินคำว่า “passion” หรือความหลงใหล ในการลงมือทำอะไรสักอย่าง
แน่นอนว่าการใส่ใจในสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องที่ดี แต่การมี passion มากเกินไป อาจทำให้มีความกระตือรือร้นจนทำให้มองไม่เห็นปัญหาที่อยู่ตรงหน้า
เราทุกคนจะต้องหาจุดสมดุล โดยการคำนึงถึงจุดประสงค์ของการกระทำ และควรเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริง ซึ่งต้องใช้การวิเคราะห์และการไตร่ตรองมากขึ้น


ช่วยคนอื่น

หัวหน้าโค้ชทีมอเมริกันฟุตบอล New England Patriots นามว่า Bill Belichick ได้นำทีมชนะ Super Bowl มาแล้ว 6 สมัย
ตอนที่เขาเริ่มต้น เขาต้องทำงานที่คนอื่นไม่ชอบทำ และในงานโค้ชแรกของเขา เมื่อเขาเสนออะไร เขาจะทำลับหลังคนอื่นเพื่อให้เกียรติโค้ชที่อาวุโสกว่า และถ้าผลลัพธ์ออกมาดี เขาก็จะไม่เอาดีเข้าตัวเองอย่างเดียว นี่จึงทำให้ทุกคนไว้ใจเขา และเขาก็สามารถเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการเป็นโค้ชได้

เราทุกคนต้องเริ่มต้นจากที่ใดที่หนึ่ง และอาจจะต้องทำในงานที่คนอื่นอาจไม่อยากทำ
ตอนนั้นเราจะรู้ว่า เราไม่ได้รู้มากหรือมีความสำคัญมากอย่างที่เราคิด
เราทุกคนจะต้องปรับทัศนคติ ควบคุมอารมณ์ และระงับ ego ของตัวเองให้ได้มากที่สุดในการช่วยเหลือและประสานงานกับคนอื่นเพื่อช่วยให้เขาตัดสินใจหรือขอบคุณงานที่ดี เพราะท้ายสุดคุณจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างมาก


Success ความสำเร็จ

ตอนที่เราเริ่มลงมือทำอะไร เราอาจจะระงับ ego ของตัวเองได้
แต่เมื่อประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เราอาจจะภูมิใจในความสำเร็จของตัวเองมากเกินไปจนทำให้อีโก้กลับเข้ามา
หรือไม่ก็อาจจะมีอีโก้มาตั้งแต่ต้น แต่อาจมีความคิดที่แปลกใหม่จึงทำให้เกิดความสำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่จัดการกับ ego มันก็จะเป็นอุปสรรคในการประคับประคองความสำเร็จอย่างยั่งยืน


อย่าสร้างเรื่องราว

มันเป็นธรรมชาติของเราที่จะกลับไปดูเหตุการณ์ในอดีต เพื่อค้นหาเหตุผลกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็รวมไปถึงความสำเร็จส่วนตัว
เราอาจจะสร้างเรื่องราวที่เกินความเป็นจริง ที่ฟังดูเหมือนว่าความสำเร็จของเรา มันเกิดขึ้นอย่างที่วางแผนไว้ และมันเป็นชะตากรรมของเราที่จะประสบความสำเร็จ แต่นี่ค่อนข้างจะอันตรายเพราะมันจะทำให้อีโก้ของตัวเองเพิ่มขึ้น และปิดบังปัจจัยอื่นๆ
แทนที่เราจะสร้างเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ให้กับตัวเอง เราควรโฟกัสกับการลงมือตามขั้นตอน และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะดีกว่า


อะไรเป็นสิ่งสำคัญ

ในช่วง American Civil War หรือสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริการะหว่างรัฐภาคเหนือและรัฐภาคใต้ นายพลนามว่า Ulysses Grant เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ภาคเหนือได้ชัยชนะ
เขาได้ใช้ชื่อเสียงของเขาเพื่อลงสมัครประธานาธิบดี ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจการเมืองหรือมีประสบการณ์เลย เขาได้เป็นประธานาธิบดี 2 สมัย แต่รัฐบาลเขาเกิดการคอรัปชั่นอย่างมาก และถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพมากที่สุด หลังจากนั้นเขาอยากร่ำรวย จึงได้ลงทุนในบริษัทแชร์ลูกโซ่ จนทำให้ล้มละลาย

คนเราส่วนมากรู้ว่าต้องการอะไร และอะไรเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต แต่เมื่อไหร่ที่ประสบความสำเร็จ เราอาจจะได้ข้อเสนอเพิ่มขึ้นที่จะสะท้อนความสำเร็จของเราไปในด้านอื่น ซึ่งอาจไม่ตรงกับเป้าหมายส่วนตัว แต่หลายคนอาจจะหลงใหลกับความสำเร็จและ ego ของตัวเอง จึงยอมรับข้อเสนอพวกนี้ และอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
คุณจะต้องถามตัวเองว่า โอกาสใหม่ๆที่เข้ามา ตรงกับค่านิยมและเป้าหมายของคุณหรือเปล่า? ถ้ามันตรง ก็ควรทำ แต่ถ้าไม่ก็ควรปล่อยมันไป เพราะมันอาจจะดึงเวลาและพละกำลังของคุณจากสิ่งที่คุณให้ความสำคัญจริงๆ


อย่าให้ความสำเร็จทำลายตัวเอง

ความสำเร็จมันแปลกอยู่อย่างนะครับ เพราะสิ่งที่ทำให้เกิดความสำเร็จ ก็อาจจะทำลายความสำเร็จด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น คุณจะต้องไม่ใส่ใจคนที่ไม่เชื่อในสิ่งที่คุณทำและมุ่งหน้าทำต่อไปจนทำสำเร็จ แต่หลังจากนั้น ถ้าไม่ระวัง คุณอาจจะมีความแน่ใจมากเกินไปจนเป็นอุปสรรค

เราสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการคำนึงถึง 3 อย่าง
1. อย่าคิดว่าเราสมควรได้ เมื่อมีความสำเร็จมากขึ้น ego ก็จะเพิ่มขึ้น และอาจคิดว่าสมควรได้เพิ่มขึ้นอีก และอาจมีพฤติกรรมไม่ดีถ้าไม่ได้อย่างที่คุณต้องการ
2. อย่าหวาดระแวง การที่คุณพิสูจน์ว่าคุณคิดถูก อาจทำให้คุณคิดว่ามีหลายคนที่ไม่เชื่อในตัวคุณ และทำให้ไม่ไว้ใจคนอื่น
3. อย่าคิดว่าควบคุมได้ทุกอย่าง ความสำเร็จอาจทำให้คิดว่ามันเกิดจากการกระทำของเราทุกอย่าง จึงต้องการควบคุมมากเกินไป คุณควรปล่อยวางเรื่องเล็กๆให้คนอื่นจัดการ และคุณควรใส่ใจกับภาพรวมมากกว่า


มีสติและมองภาพรวม

วิธีที่ดีที่สุดที่ไม่ให้อีโก้ทำลายความสำเร็จ คือการมีสติ ซึ่งหมายถึงการต่อต้านความหลงใหลในความสำเร็จมากเกินไป
นี่เป็นสิ่งที่ยาก โดยเฉพาะตอนที่มีความสำเร็จเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะมีแต่คนมายกย่อง ซึ่งจะทำให้มองเห็นแต่ความสำคัญของตัวเอง
เราควรคำนึงว่า ทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกัน และเราเป็นแค่ส่วนส่วนหนึ่งเท่านั้น
คุณควรตระหนักถึงข้อนี้ เพื่อที่จะต่อต้าน ego และโฟกัสกับจุดประสงค์ และเป้าหมายของตัวเอง


Failure ความล้มเหลว

ความล้มเหลวจะเกิดขึ้นกับเราทุกคนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
คุณจะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ หรือจะยอมแพ้อย่างราบคาบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจัดการอีโก้ได้หรือไม่


เวลาเป็นหรือเวลาตาย

นักเขียนนามว่า Robert Greene ผู้เขียนหนังสือ The 48 Laws Of Power 48 กฎของอำนาจ ได้เสนอว่า ทุกๆเวลาในช่วงวิกฤต สามารถแบ่งเป็น “เวลาตาย” คือช่วงที่เราอยู่นิ่งเฉยและปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือ “เวลาเป็น” ช่วงที่เราใช้เวลาเพื่อทำอะไรสักอย่างเพื่อปรับปรุงสถานการณ์

ในช่วงที่ประสบปัญหา เราทุกคนสามารถเลือกที่จะบ่น โทษคนอื่น และรู้สึกท้อถอย ซึ่งอาจจะทำให้ปัญหาแย่ลงอีก หรือเราจะเลือกที่จะใช้เวลานี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้น
คุณจะต้องยอมรับกับความเป็นจริง และวิเคราะห์จากมุมมองที่ถ่อมตน เพื่อที่คุณจะก้าวข้ามมันได้


เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จ

นักเขียนนามว่า John Kennedy Toole ได้เขียนหนังสือ A Confederacy Of Dunces แต่ไม่มีใครอยากพิมพ์ผลงานของเขา และหลังจากนั้นเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
แม่ของเขาได้พบต้นฉบับผลงาน จึงลองไปเสนอสำนักงานพิมพ์อีกรอบ และหนังสือก็ได้พิมพ์ออกมา 11 ปีให้หลัง และได้รับรางวัล Pulitzer Prize ด้านนิยายในปี 1981

เราต้องยอมรับว่า ชีวิตมันอาจจะไม่ยุติธรรมเสมอไป เราอาจจะคิดว่าเราทำทุกอย่างอย่างถูกต้อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ใช่อย่างที่ต้องการ
ถ้าคุณปล่อยให้อีโก้เป็นสิ่งที่ตั้งความหมายของความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับความยกย่องหรืออย่างอื่น คุณอาจจะต้องผิดหวังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งคุณอาจจะไม่มีแรงจูงใจทำต่อไป
คุณต้องคำนึงว่า การถูกปฏิเสธหรือการได้การยอมรับ เป็นส่วนนอกของความสำเร็จ คุณจะต้องทำในสิ่งที่คุณคิดว่ามีคุณค่า โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งอื่น และใส่ใจกับสิ่งที่คุณควบคุมได้เท่านั้น


ยอมรับความผิดพลาด

ผู้เขียนเคยทำงานให้บริษัท American Apparel
ผู้ก่อตั้งบริษัทนามว่า Dov Charney ได้บริหารผิดพลาด ทำให้ขาดทุนมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ และยังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมคุกคาม จึงทำให้กรรมการบริษัทแนะนำให้เขาลาออกและเป็นที่ปรึกษาแทน แต่เขาไม่ยอม และเกิดการฟ้องร้อง จนทำให้บริษัทล้มละลาย และตัวเขาก็เกือบหมดตัว

ในการจะทำอะไรสักอย่าง เราทุกคนต้องยอมรับความเสี่ยง แต่บางครั้งก็อาจทำพลาด
เราอาจจะมองไม่เห็นข้อผิดพลาดนี้ และทำพลาดเพิ่มขึ้นไปอีก อาจเป็นเพราะเราลงทุนพละกำลังและความรู้สึกลงไป แต่จริงๆแล้วมันอาจจะเป็น ego ที่ทำให้มองไม่เห็น และต้องการพิสูจน์ว่าเราถูก
บางครั้งมันจะดีกว่าถ้าเรายอมรับข้อผิดพลาด ไตร่ตรองอีกทีว่าจุดประสงค์คืออะไร และวางแผนหรือวางเป้าหมายใหม่อีกรอบ


ไตร่ตรองข้อผิดพลาด

ก่อนหน้านี้ได้พูดถึงทีมอเมริกันฟุตบอล New England Patriots ไปแล้วนะครับ
ในปี 2000 เขาได้ตัวผู้เล่นที่ตอนนั้นแทบไม่มีใครรู้จัก นามว่า Tom Brady ซึ่งได้กลายเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุดในทีม และกลายเป็นหนึ่งในตำนานของกีฬาอเมริกันฟุตบอล
แต่ฝ่ายแมวมองของทีมกลับไม่พอใจ เพราะเรียกว่าเป็นโชคที่ได้พูดเล่นคนนี้มา ซึ่งหมายความว่าระบบที่เขาใช้ในการหาผู้เล่น มันไม่ดีพอ เขาจึงหาวิธีปรับปรุงระบบขึ้นไปอีก

ในตอนที่เราทำสำเร็จ ego จะทำให้คนส่วนมากหลงดีใจ เพราะคิดว่าเป็นการกระทำของเขาอย่างเดียว
แต่บางครั้ง ความผิดพลาดมันอาจไม่ทำให้เกิดความล้มเหลว แต่จะแอบแฝงอยู่ในความสำเร็จก็เป็นได้
คุณควรคำนึงว่า ตอนที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณต้องการ คุณยังมีอะไรที่สามารถเรียนรู้ได้หรือไม่? และมันมาจากการกระทำของคุณจริงๆหรือเปล่า?


ลุกขึ้นสู้

ในเทพนิยายกรีก ตัวละครส่วนมากจะต้องประสบกับที่เรียกว่า “katabasis” หรือแปลว่าการลงดิ่ง อาจจะเป็นการหลบหนีหรือการพ่ายแพ้
ในชีวิตเราก็เช่นกัน ตอนที่เราอยู่จุดต่ำสุด อาจจะทำให้เราเห็นว่า หลายสิ่งก่อนหน้านี้เป็นแค่ภาพลวงตา
เหตุการณ์พวกนี้ ส่วนมากจะมาจากสิ่งภายนอก หรือสิ่งที่เรารู้อยู่ในใจแต่ไม่กล้ายอมรับ ซึ่งเราอาจจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง และต้องตั้งคำถามว่า ต้องทำอะไรไม่ให้มันแย่ไปกว่านี้? จะเดินหน้าต่อไปยังไง? จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกได้อย่างไร?
แต่จากความล้มเหลวเหล่านี้ ก็มีโอกาสที่จะทำให้คุณสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ได้ด้วยเช่นกัน
จะมองเห็นสิ่งนี้ได้ คุณจะต้องสลัดอีโก้ของคุณ เพื่อไม่ให้มันหยุดยั้งความเป็นไปได้ในตัวคุณ


โดยส่วนตัวนะครับ ผมชอบหนังสือของคุณ Ryan Holiday เพราะเขาให้ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย เขามีหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่อยู่ในซีรีย์เดียวกันนะครับ ถ้ามีโอกาสผมจะรีวิวให้ฟังครับ


ผมหวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้นะครับ
ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยครับ

ถ้าท่านใดมีความเห็นเพิ่มเติมก็ comment กันได้ใต้คลิปเลยนะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความและชมคลิปรีวิวหนังสือของผมนะครับ

Pop (ป๊อป) BooksDD

—-